KPI ของ HR มีอะไรบ้าง? ครบ 14 ตัวชี้วัด พร้อมเครื่องคำนวณ
นิยาม สูตร และเกณฑ์อ้างอิงของตัวชี้วัดงาน HR ทุกด้าน กรอกตัวเลขของบริษัทแล้วรู้ทันทีว่าอยู่ในเกณฑ์ไหน
KPI ของ HR แบ่งเป็น 5 กลุ่มหลัก รวม 14 ตัวชี้วัด แต่ละตัวมีสูตรและเกณฑ์อ้างอิงตายตัว สรุปแต่ละกลุ่มได้ดังนี้
- ด้านการสรรหา Time to Hire · Cost per Hire · Offer Acceptance Rate
- ด้านการรักษาพนักงาน Turnover Rate · Retention Rate · อายุงานเฉลี่ย
- ด้านการมาทำงานและผลิตภาพ Absenteeism Rate · สัดส่วน OT · Revenue per Employee
- ด้านการพัฒนาบุคลากร ชั่วโมงอบรมต่อคน · Training ROI
- ด้านความผูกพันและต้นทุน eNPS · สัดส่วนต้นทุนบุคลากรต่อรายได้ · HR-to-Staff Ratio
ดูตารางสรุปทุกตัวชี้วัดด้านล่าง หรือกดคำนวณจากตัวเลขจริงของบริษัทได้เลย
ตารางสรุป KPI ของ HR ทั้งหมด
| ตัวชี้วัด | สูตรคำนวณ | เกณฑ์ที่ดี |
|---|---|---|
| ระยะเวลาสรรหาเฉลี่ย (Time to Hire) | จำนวนวันที่ใช้ปิดทุกตำแหน่งรวมกัน ÷ จำนวนตำแหน่งที่ปิดได้ | ไม่เกิน 30 วัน |
| ต้นทุนการจ้างต่อคน (Cost per Hire) | ค่าใช้จ่ายในการสรรหาทั้งหมด ÷ จำนวนพนักงานที่รับเข้า | ไม่มีเกณฑ์กลาง (ต่างตามอุตสาหกรรม) |
| อัตราการตอบรับข้อเสนองาน (Offer Acceptance Rate) | (จำนวนผู้ตอบรับข้อเสนอ ÷ จำนวนข้อเสนอที่ยื่น) × 100 | 90% ขึ้นไป |
| อัตราการลาออก (Turnover Rate) | (จำนวนพนักงานที่พ้นสภาพในรอบปี ÷ จำนวนพนักงานเฉลี่ย) × 100 | ต่ำกว่า 10% ต่อปี |
| อัตราการรักษาพนักงาน (Retention Rate) | (พนักงานต้นงวดที่ยังอยู่จนจบงวด ÷ พนักงานต้นงวดทั้งหมด) × 100 | 90% ขึ้นไป |
| อายุงานเฉลี่ย (Average Tenure) | ผลรวมอายุงานของพนักงานทุกคน (ปี) ÷ จำนวนพนักงานทั้งหมด | 5 ปีขึ้นไป |
| อัตราการขาดงาน (Absenteeism Rate) | (จำนวนวันขาดงานรวม ÷ (จำนวนพนักงาน × วันทำงานในงวด)) × 100 | ไม่เกิน 1.5% |
| สัดส่วนค่าล่วงเวลาต่อค่าจ้างรวม (OT Ratio) | (ค่าล่วงเวลาที่จ่ายในงวด ÷ ค่าจ้างรวมทั้งงวด) × 100 | ไม่เกิน 5% |
| รายได้ต่อพนักงาน (Revenue per Employee) | รายได้รวมทั้งปี ÷ จำนวนพนักงานทั้งหมด | ไม่มีเกณฑ์กลาง (ต่างตามอุตสาหกรรม) |
| ชั่วโมงอบรมเฉลี่ยต่อคน (Training Hours per Employee) | ชั่วโมงอบรมรวมทั้งปี ÷ จำนวนพนักงานทั้งหมด | 20 ชั่วโมงขึ้นไปต่อปี |
| ผลตอบแทนจากการอบรม (Training ROI) | ((ผลประโยชน์ที่วัดเป็นเงินได้ − ต้นทุนการอบรม) ÷ ต้นทุนการอบรม) × 100 | 50% ขึ้นไป |
| ความผูกพันของพนักงาน (eNPS — Employee Net Promoter Score) | ((ผู้ให้ 9–10 คะแนน − ผู้ให้ 0–6 คะแนน) ÷ ผู้ตอบทั้งหมด) × 100 | +30 ขึ้นไป |
| สัดส่วนต้นทุนบุคลากรต่อรายได้ (Labor Cost Ratio) | (ต้นทุนบุคลากรรวมทั้งปี ÷ รายได้รวมทั้งปี) × 100 | ไม่มีเกณฑ์กลาง (ต่างตามอุตสาหกรรม) |
| สัดส่วนเจ้าหน้าที่ HR ต่อพนักงาน (HR-to-Staff Ratio) | จำนวนพนักงานทั้งหมด ÷ จำนวนเจ้าหน้าที่ HR | ไม่มีเกณฑ์กลาง (ต่างตามอุตสาหกรรม) |
* เกณฑ์อ้างอิงเป็นค่ากลางที่ใช้กันทั่วไป ไม่ใช่มาตรฐานทางการของไทย ควรปรับตามอุตสาหกรรมและขนาดองค์กร
เครื่องคำนวณตัวชี้วัด HR
–
* เกณฑ์สีเป็นค่ากลางที่ใช้กันทั่วไป ปรับตามอุตสาหกรรมและขนาดองค์กรของคุณ
ด้านการสรรหา (Recruitment)
ระยะเวลาสรรหาเฉลี่ย (Time to Hire)
Time to Hire คือจำนวนวันเฉลี่ยที่ใช้ตั้งแต่เปิดรับสมัครจนผู้สมัครตอบรับเข้าทำงาน ยิ่งนานแปลว่ากระบวนการคัดเลือกมีคอขวด และเสี่ยงเสียผู้สมัครเก่งให้คู่แข่งที่ตัดสินใจเร็วกว่า
สูตร: จำนวนวันที่ใช้ปิดทุกตำแหน่งรวมกัน ÷ จำนวนตำแหน่งที่ปิดได้ (หน่วย: วัน)
เกณฑ์อ้างอิง: ไม่เกิน 30 วัน 30–45 วัน เกิน 45 วัน
ตำแหน่งบริหารหรือสายงานเฉพาะทางใช้เวลานานกว่านี้ได้ตามปกติ — ถ้าเกินเกณฑ์ ให้ไล่ดูว่าขั้นตอนไหนช้า เช่น รอผู้บริหารว่างสัมภาษณ์ หรือรออนุมัติอัตรากำลัง
ต้นทุนการจ้างต่อคน (Cost per Hire)
Cost per Hire คือค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการรับพนักงานใหม่ 1 คน รวมค่าลงประกาศงาน ค่าคอมมิชชันบริษัทจัดหางาน ค่าเวลาของทีมสัมภาษณ์ และค่าปฐมนิเทศ
สูตร: ค่าใช้จ่ายในการสรรหาทั้งหมด ÷ จำนวนพนักงานที่รับเข้า (หน่วย: บาท/คน)
ไม่มีเกณฑ์กลาง เพราะต่างกันมากตามระดับตำแหน่งและช่องทางสรรหา — ใช้เทียบแนวโน้มของบริษัทตัวเองแบบไตรมาสต่อไตรมาสแทน — ตัวเลขนี้มีประโยชน์ที่สุดเมื่อเทียบกับตัวเองในอดีต ถ้าพุ่งขึ้นให้ดูสัดส่วนการจ้างผ่านบริษัทจัดหางาน
อัตราการตอบรับข้อเสนองาน (Offer Acceptance Rate)
Offer Acceptance Rate คือสัดส่วนผู้สมัครที่ตอบรับข้อเสนองานต่อจำนวนข้อเสนอที่ยื่นทั้งหมด ค่าต่ำสะท้อนว่าค่าตอบแทนหรือภาพลักษณ์องค์กรแข่งขันไม่ได้ หรือกระบวนการช้าจนผู้สมัครรับที่อื่นก่อน
สูตร: (จำนวนผู้ตอบรับข้อเสนอ ÷ จำนวนข้อเสนอที่ยื่น) × 100 (หน่วย: %)
เกณฑ์อ้างอิง: 90% ขึ้นไป 75–89% ต่ำกว่า 75%
ถ้าปฏิเสธเพราะเงินเดือนบ่อย ควรทบทวนโครงสร้างค่าตอบแทนเทียบตลาด — ควรเก็บเหตุผลการปฏิเสธทุกครั้ง เพราะบอกได้ตรงที่สุดว่าต้องแก้ที่เงินเดือน ความเร็ว หรือภาพลักษณ์
ด้านการรักษาพนักงาน (Retention)
อัตราการลาออก (Turnover Rate)
Turnover Rate คือสัดส่วนพนักงานที่พ้นสภาพในรอบปีต่อจำนวนพนักงานเฉลี่ย เป็น KPI ของ HR ที่ถูกติดตามมากที่สุด เพราะการลาออก 1 คนมีต้นทุนแฝงทั้งค่าสรรหา ค่าสอนงาน และงานที่สะดุดระหว่างรอคนใหม่
สูตร: (จำนวนพนักงานที่พ้นสภาพในรอบปี ÷ จำนวนพนักงานเฉลี่ย) × 100 (หน่วย: % ต่อปี)
เกณฑ์อ้างอิง: ต่ำกว่า 10% ต่อปี 10–20% ต่อปี เกิน 20% ต่อปี
ธุรกิจค้าปลีก โรงงาน และบริการ มักสูงกว่าเกณฑ์นี้โดยธรรมชาติ — ควรแยกดูการลาออกแบบสมัครใจของกลุ่มผลงานดีต่างหาก เพราะเจ็บกว่าตัวเลขรวมมาก
อัตราการรักษาพนักงาน (Retention Rate)
Retention Rate คือสัดส่วนพนักงานที่มีอยู่ต้นงวดและยังอยู่จนจบงวด เป็นภาพกลับด้านของอัตราการลาออก แต่ไม่นับพนักงานที่เข้าใหม่ระหว่างงวด จึงวัด "การรักษาคนเดิม" ได้ตรงกว่า
สูตร: (พนักงานต้นงวดที่ยังอยู่จนจบงวด ÷ พนักงานต้นงวดทั้งหมด) × 100 (หน่วย: %)
เกณฑ์อ้างอิง: 90% ขึ้นไป 80–89% ต่ำกว่า 80%
วัดเป็นรายปี ถ้าวัดช่วงสั้นกว่านั้นตัวเลขจะสูงเกินจริง — ถ้า Retention สูงแต่ Turnover ก็สูงด้วย แปลว่าคนที่ลาออกคือพนักงานเข้าใหม่ — ปัญหาอยู่ที่การ onboarding
อายุงานเฉลี่ย (Average Tenure)
อายุงานเฉลี่ยคือจำนวนปีเฉลี่ยที่พนักงานปัจจุบันทำงานกับองค์กร สะท้อนการสะสมความรู้และความต่อเนื่องของทีม ค่าต่ำมากมักคู่กับต้นทุนสอนงานซ้ำ ๆ
สูตร: ผลรวมอายุงานของพนักงานทุกคน (ปี) ÷ จำนวนพนักงานทั้งหมด (หน่วย: ปี)
เกณฑ์อ้างอิง: 5 ปีขึ้นไป 3–5 ปี ต่ำกว่า 3 ปี
บริษัทเปิดใหม่หรือขยายทีมเร็วจะมีค่าต่ำโดยธรรมชาติ ไม่ใช่สัญญาณร้ายเสมอไป — ดูคู่กับโครงสร้างอายุงาน ถ้าเฉลี่ยสูงเพราะมีแต่คนเก่าและไม่มีคนใหม่เข้าเลย ก็เป็นความเสี่ยงอีกแบบ
ด้านการมาทำงานและผลิตภาพ (Attendance & Productivity)
อัตราการขาดงาน (Absenteeism Rate)
Absenteeism Rate คือสัดส่วนวันที่พนักงานขาดงานโดยไม่ได้วางแผนล่วงหน้า (ขาด ลาป่วยกะทันหัน) ต่อวันทำงานทั้งหมด ค่าสูงผิดปกติมักเป็นสัญญาณนำของปัญหาความผูกพันหรือหัวหน้างาน
สูตร: (จำนวนวันขาดงานรวม ÷ (จำนวนพนักงาน × วันทำงานในงวด)) × 100 (หน่วย: %)
เกณฑ์อ้างอิง: ไม่เกิน 1.5% 1.5–3% เกิน 3%
นับเฉพาะการขาดงานที่ไม่ได้วางแผน — วันลาพักร้อนที่ขอล่วงหน้าไม่นับ — ควรดูแยกรายแผนก เพราะค่าเฉลี่ยรวมมักกลบแผนกที่มีปัญหาจริง
สัดส่วนค่าล่วงเวลาต่อค่าจ้างรวม (OT Ratio)
สัดส่วน OT คือค่าล่วงเวลาที่จ่ายจริงเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างรวมทั้งงวด ค่าสูงต่อเนื่องแปลว่าอัตรากำลังไม่พอหรือจัดกะไม่มีประสิทธิภาพ และจ่ายแพงกว่าการเพิ่มคนเพราะ OT คิด 1.5–3 เท่า
สูตร: (ค่าล่วงเวลาที่จ่ายในงวด ÷ ค่าจ้างรวมทั้งงวด) × 100 (หน่วย: %)
เกณฑ์อ้างอิง: ไม่เกิน 5% 5–10% เกิน 10%
ธุรกิจผลิตที่มีฤดูกาลอาจสูงชั่วคราวได้ แต่ไม่ควรสูงทุกเดือน — ถ้าเกิน 10% ติดกันหลายเดือน ลองคำนวณดูว่าเพิ่มพนักงาน 1 คนถูกกว่าจ่าย OT หรือไม่
รายได้ต่อพนักงาน (Revenue per Employee)
Revenue per Employee คือรายได้ของบริษัทเฉลี่ยต่อพนักงาน 1 คน เป็นตัววัดผลิตภาพภาพรวมที่ผู้บริหารและนักลงทุนใช้เทียบระหว่างบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน
สูตร: รายได้รวมทั้งปี ÷ จำนวนพนักงานทั้งหมด (หน่วย: บาท/คน/ปี)
ไม่มีเกณฑ์กลาง เพราะต่างกันคนละเท่าตัวระหว่างอุตสาหกรรม — ให้เทียบกับคู่แข่งตรงและแนวโน้มของตัวเอง — ตัวเลขที่โตช้ากว่าจำนวนพนักงานที่เพิ่ม แปลว่ากำลังขยายทีมเร็วกว่ารายได้
ด้านการพัฒนาบุคลากร (Development)
ชั่วโมงอบรมเฉลี่ยต่อคน (Training Hours per Employee)
ชั่วโมงอบรมเฉลี่ยต่อคนคือจำนวนชั่วโมงการฝึกอบรมทั้งหมดในรอบปีหารด้วยจำนวนพนักงาน ใช้วัดว่าองค์กรลงทุนพัฒนาคนมากแค่ไหน และเป็นตัวเลขที่ต้องรายงานในหลายมาตรฐาน เช่น ISO และรายงานความยั่งยืน
สูตร: ชั่วโมงอบรมรวมทั้งปี ÷ จำนวนพนักงานทั้งหมด (หน่วย: ชม./คน/ปี)
เกณฑ์อ้างอิง: 20 ชั่วโมงขึ้นไปต่อปี 10–20 ชั่วโมงต่อปี ต่ำกว่า 10 ชั่วโมงต่อปี
พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่นายจ้างที่ฝึกอบรมลูกจ้างตามเกณฑ์ — ปริมาณชั่วโมงอย่างเดียวไม่พอ ควรดูคู่กับ Training ROI ว่าอบรมแล้วผลงานเปลี่ยนจริงไหม
ผลตอบแทนจากการอบรม (Training ROI)
Training ROI คือผลประโยชน์ที่วัดเป็นเงินได้จากการอบรม (เช่น ยอดขายที่เพิ่ม ของเสียที่ลด) เทียบกับต้นทุนการอบรมทั้งหมด ใช้ตอบคำถามผู้บริหารว่างบอบรมคุ้มหรือไม่
สูตร: ((ผลประโยชน์ที่วัดเป็นเงินได้ − ต้นทุนการอบรม) ÷ ต้นทุนการอบรม) × 100 (หน่วย: %)
เกณฑ์อ้างอิง: 50% ขึ้นไป 0–50% ติดลบ (ผลประโยชน์น้อยกว่าต้นทุน)
วัดได้จริงเฉพาะหลักสูตรที่ผูกกับผลลัพธ์เชิงตัวเลข เช่น การขายหรือคุณภาพการผลิต — หลักสูตร soft skill วัดเป็นเงินตรง ๆ ยาก ให้ใช้ตัวชี้วัดพฤติกรรมประกอบแทนการยัดทุกอย่างเข้าสูตรนี้
ด้านความผูกพันและต้นทุน (Engagement & Cost)
ความผูกพันของพนักงาน (eNPS — Employee Net Promoter Score)
eNPS คือคะแนนที่ได้จากการถามพนักงานว่า "จะแนะนำให้เพื่อนมาทำงานที่นี่ไหม" ให้คะแนน 0–10 แล้วนำสัดส่วนผู้สนับสนุน (9–10 คะแนน) ลบด้วยสัดส่วนผู้ไม่พอใจ (0–6 คะแนน) ค่าที่ได้อยู่ระหว่าง −100 ถึง +100
สูตร: ((ผู้ให้ 9–10 คะแนน − ผู้ให้ 0–6 คะแนน) ÷ ผู้ตอบทั้งหมด) × 100 (หน่วย: คะแนน)
เกณฑ์อ้างอิง: +30 ขึ้นไป 0 ถึง +30 ติดลบ
ต้องเก็บแบบไม่ระบุตัวตน ไม่งั้นคะแนนจะสูงเกินจริงจนใช้ตัดสินใจไม่ได้ — คะแนนติดลบไม่ได้แปลว่าจบเห่ แต่แปลว่าต้องรีบตามด้วยคำถามปลายเปิดว่าติดขัดเรื่องอะไร
สัดส่วนต้นทุนบุคลากรต่อรายได้ (Labor Cost Ratio)
Labor Cost Ratio คือต้นทุนบุคลากรทั้งหมด (เงินเดือน โบนัส สวัสดิการ เงินสมทบตามกฎหมาย) เทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ของรายได้ ใช้ดูว่าโครงสร้างกำลังคนสมดุลกับขนาดธุรกิจหรือไม่
สูตร: (ต้นทุนบุคลากรรวมทั้งปี ÷ รายได้รวมทั้งปี) × 100 (หน่วย: %)
ค่ากลางที่พบบ่อยอยู่ราว 15–30% แต่ธุรกิจบริการที่ขายแรงงานคนอาจสูงถึง 50% โดยไม่ผิดปกติ — เทียบภายในอุตสาหกรรมเดียวกันเท่านั้น — อย่าลืมนับต้นทุนแฝงให้ครบ ทั้งประกันสังคมฝั่งนายจ้าง กองทุนเงินทดแทน และสวัสดิการ ไม่ใช่แค่เงินเดือน
สัดส่วนเจ้าหน้าที่ HR ต่อพนักงาน (HR-to-Staff Ratio)
HR-to-Staff Ratio คือจำนวนพนักงานทั้งหมดต่อเจ้าหน้าที่ HR 1 คน ใช้ประเมินภาระงานของทีม HR ถ้าอัตราสูงเกินไป งานเชิงกลยุทธ์อย่างการพัฒนาคนจะถูกงานเอกสารเบียดจนไม่ได้ทำ
สูตร: จำนวนพนักงานทั้งหมด ÷ จำนวนเจ้าหน้าที่ HR (หน่วย: คน ต่อ HR 1 คน)
ค่ากลางที่อ้างอิงกันบ่อยคือราว 1:100 — องค์กรที่มีระบบ HR อัตโนมัติดูแลพนักงานต่อหัวได้มากกว่าโดยคุณภาพงานไม่ตก — ตัวเลขสูงไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป ต้องดูว่างาน HR ที่ควรเกิด เช่น การพัฒนาคน ยังเกิดจริงหรือเปล่า
วัด KPI ได้ ต้องมีข้อมูลก่อน
ตัวชี้วัดทุกตัวข้างบนคำนวณไม่ได้เลยถ้าข้อมูลเวลาทำงาน การลา OT และเงินเดือนกระจายอยู่ในไฟล์ Excel หลายไฟล์ จุดเริ่มต้นที่ใช้ได้จริงคือรวมข้อมูลพนักงานไว้ที่เดียว — อัตราการลาออกที่สูงมีต้นทุนแฝงมากกว่าที่คิด ลองคำนวณดูได้ที่เครื่องคำนวณต้นทุนพนักงานที่แท้จริง ส่วนสัดส่วน OT ที่บวมผิดปกติ ตรวจย้อนได้จากเครื่องคำนวณ OT และอ่านแนวทางใช้ข้อมูลลดการลาออกได้ในบทความ ลดอัตราการลาออกด้วย People Data
HRPM รวบรวมข้อมูลเวลาทำงาน การลา OT และเงินเดือนไว้ในระบบเดียว พร้อม Dashboard สรุปตัวเลขให้เห็นทันทีโดยไม่ต้องนั่งรวมไฟล์เอง — ดูฟีเจอร์ HR Dashboard และรายงาน หรือ ทดลองใช้งานฟรี
คำถามที่พบบ่อย
KPI ของ HR มีอะไรบ้าง
KPI ของ HR แบ่งเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ ด้านการสรรหา เช่น Time to Hire และ Cost per Hire ด้านการรักษาพนักงาน เช่น อัตราการลาออกและอายุงานเฉลี่ย ด้านการมาทำงาน เช่น อัตราการขาดงานและสัดส่วน OT ด้านการพัฒนาบุคลากร เช่น ชั่วโมงอบรมต่อคน และด้านความผูกพันกับต้นทุน เช่น eNPS และสัดส่วนต้นทุนบุคลากรต่อรายได้ องค์กรส่วนใหญ่เริ่มจากติดตาม 3-5 ตัวที่ตรงกับปัญหาของตัวเองก่อน ไม่จำเป็นต้องวัดครบทุกตัวตั้งแต่แรก
อัตราการลาออกที่ดีคือเท่าไร
ค่ากลางที่ใช้อ้างอิงกันทั่วไปคือไม่เกิน 10% ต่อปีถือว่าดี 10-20% ควรจับตา และเกิน 20% ควรหาสาเหตุจริงจัง อย่างไรก็ตามเกณฑ์ต่างกันมากตามอุตสาหกรรม ธุรกิจค้าปลีก โรงงาน และงานบริการมักสูงกว่านี้โดยธรรมชาติ สิ่งที่ควรดูมากกว่าตัวเลขรวมคือการลาออกแบบสมัครใจของพนักงานกลุ่มผลงานดี เพราะสร้างความเสียหายมากที่สุด
Cost per Hire คำนวณอย่างไร
นำค่าใช้จ่ายในการสรรหาทั้งหมดหารด้วยจำนวนพนักงานที่รับเข้า โดยค่าใช้จ่ายต้องรวมทั้งค่าลงประกาศงาน ค่าคอมมิชชันบริษัทจัดหางาน ค่าเวลาของทีมที่มาสัมภาษณ์ และค่าปฐมนิเทศพนักงานใหม่ ตัวเลขนี้ไม่มีเกณฑ์กลางเพราะต่างกันมากตามระดับตำแหน่ง จึงควรใช้เทียบแนวโน้มของบริษัทตัวเองแบบไตรมาสต่อไตรมาส
eNPS คืออะไร
eNPS หรือ Employee Net Promoter Score คือคะแนนวัดความผูกพันของพนักงาน ได้จากการถามว่าจะแนะนำให้เพื่อนมาทำงานที่บริษัทไหม ให้คะแนน 0-10 แล้วนำเปอร์เซ็นต์ของผู้ให้ 9-10 คะแนน ลบด้วยเปอร์เซ็นต์ของผู้ให้ 0-6 คะแนน ค่าที่ได้อยู่ระหว่าง -100 ถึง +100 โดยค่ากลางที่ถือว่าดีคือ +30 ขึ้นไป และต้องเก็บแบบไม่ระบุตัวตนเสมอเพื่อให้ได้คำตอบจริง
เครื่องมือฟรีอื่น ๆ
ปฏิทินวันหยุด 2569
วันหยุดราชการทั้งปี พร้อมบอกว่าวันไหนเอกชนไม่ได้หยุดด้วย สรุปช่วงหยุดยาว และดาวน์โหลดลงปฏิทินได้
เริ่มคำนวณ → 📆เครื่องคำนวณเงินเดือนเข้า-ออกกลางเดือน
คิดเงินเดือนตามสัดส่วนวันที่มีสภาพพนักงาน รองรับรอบตัดคร่อมเดือน 26–25 พร้อมสร้างตารางเงินสองงวดแรก
เริ่มคำนวณ → 💼เครื่องคำนวณต้นทุนพนักงานที่แท้จริง
เงินเดือนไม่ใช่ต้นทุนทั้งหมด รวมประกันสังคมนายจ้าง กองทุนเงินทดแทน โบนัส OT และสวัสดิการ เห็นต้นทุนจริงต่อหัวต่อปี
เริ่มคำนวณ → ⚖️เครื่องคำนวณค่าชดเชยเลิกจ้าง
คำนวณค่าชดเชยตามอายุงาน มาตรา 118 พร้อมค่าบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าวันลาพักร้อนที่ยังไม่ได้ใช้
เริ่มคำนวณ → 🏥เครื่องคำนวณเงินสมทบประกันสังคม
กรอกเงินเดือนแล้วรู้ทันทีว่าถูกหักเดือนละเท่าไร นายจ้างสมทบเท่าไร และใช้ลดหย่อนภาษีได้เท่าไรต่อปี
เริ่มคำนวณ → ⏱️เครื่องคำนวณ OT
คำนวณค่าล่วงเวลา 1.5 เท่า ทำงานวันหยุด และ OT วันหยุด 3 เท่า ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน
เริ่มคำนวณ → 🧾เครื่องคำนวณภาษีเงินเดือน
คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทั้งปี พร้อมประมาณยอดหัก ณ ที่จ่ายต่อเดือน รวมค่าลดหย่อนหลัก
เริ่มคำนวณ →ข้อมูลอัตราตามกฎหมาย ณ วันที่ 22 กรกฎาคม 2569